People

สาวน้อยเสียงใส อิ้งค์-วรันธร

22 Apr 2016 / Witthawat

หลายคนอาจติดภาพการเป็นนักแสดงของสาว อิ้งค์-วรันธร เปานิล จากการสวมบทเป็น ‘ผึ้ง’ ในหนังเรื่อง Snap แค่… ได้คิดถึง แต่จริงๆ แล้ว เธอมีความสามารถอีกอย่างนอกเหนือไปจากการแสดง นั่นก็คือการร้องเพลง ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่อายุ 7 ขวบแล้ว ผลงานในตอนนั้นคือ การร้องคอรัสในเพลง ก่อนมะลิบาน ของวง Time แต่ช่วงที่เธอกลายเป็นที่รู้จักจริงๆ คือตอนเป็นสมาชิกของวง Chilli White Choc ในค่ายกามิกาเซ่

ตอนนี้ เธอกำลังจะเรียนจบคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาการขับร้องคลาสสิก (โอเปร่า) ซึ่งต้องแสดงคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบของตัวเองเป็นเวลา 1 ชั่วโมงเต็มในงาน Senior Voice Recital เป็นโปรเจกต์จบการศึกษา ก่อนที่จะไปชมความสามารถของเธอแบบเต็มๆ ในวันที่ 27 เมษายน เวลา 15.00 น. ณ ชั้น 3 ตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรามารู้จักตัวตนของเธอให้มากขึ้นกันดีกว่า

People_INK_LOGO

เพลงป๊อป VS โอเปร่า

ผลงานของเธอในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นซิงเกิล เหงา เหงา หรือ เพลงรักเพลงแรก ที่ร่วมร้องกับ แหนม รณเดช และเอก Season Five ล้วนแต่เป็นเพลงป๊อป แต่เธอกลับเรียนการขับร้องโอเปร่าในคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แม้จะดูไม่เข้ากันอย่างแรง แต่สาวน้อยคนนี้กลับบอกว่าวิธีการออกเสียงหรือเทคนิคบางอย่างที่ได้จากการร้องเพลงแนวนี้กลับทำให้การร้องเพลงในปัจจุบันของเธอดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิธีการหายใจระหว่างร้อง วิธีการขึ้นเสียงสูงที่ไม่จำเป็นร้องเสียงดังให้เหนื่อยแบบคนอื่น “สำหรับตัวเราเองรู้สึกว่าการร้องเสียงเบา มันทำให้การขึ้นเสียงสูงง่ายขึ้น” เธอกล่าว

ซินธ์ป๊อปคือแนวที่ลงตัว

นักร้องสาวบอกว่าในเส้นทางการเป็นนักร้องเดี่ยว เธอไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องร้องแต่แนวป๊อปเพียงอย่างเดียว แต่แนวซินธ์ป๊อปกลับเป็นแนวดนตรีที่เธอเลือกมาใส่ใน เหงา เหงา ซิงเกิลแรกของตัวเอง

“อิ้งค์คิดว่าอิ้งค์เป็นคนเสียงลอยๆ พอร้องคลอกับเสียงซินธ์ อิ้งค์รู้สึกว่ามันไปด้วยกันได้ อีกอย่างคือซินธ์มีเสน่ห์ในตัวของมันเอง มีความจัดจ้าน ฟังแล้วจะฟุ้งๆ โดยอัตโนมัติ เหมือนได้ย้อนกลับไปสมัยก่อน พอร้องเพลงสไตล์นี้แล้วมันน่าสนใจดี” สาวอิ้งค์บอกเหตุผลที่นำดนตรีแนวนี้มาผสมกับเสียงร้องของเธอ

ความอิสระในค่าย BOXX Music

ตอนนี้อิ้งค์สังกัดค่าย BOXX Music ซึ่งเป็นค่ายที่ให้อิสระในการทำงานและการแสดงความคิดเห็นของเธออย่างเต็มที่ เธอเล่าถึงจุดเด่นของต้นสังกัดของเธอให้เราฟังว่า “BOXX Music จะดีอย่างหนึ่งที่ทุกอย่างจะผ่านการโหวตหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ หรือเรื่องใหญ่ๆ เช่น ชื่อเพลง ใครคิดอะไรได้ พิมพ์มาก่อน แล้วเราก็ใส่เป็นตัวเลขให้โหวตกัน มันเลยทำให้การทำงานสนุก ศิลปินอย่างเราเองก็มีสิทธิ์ออกเสียง เวลาทำเพลงอิ้งค์ก็จะไปนั่งในวงที่เขากำลังแต่งเพลงเลย เราก็จะได้เห็นทุกขั้นตอน และมีสิทธิ์ทักท้วง ถ้าเรามองว่าคำไหนไม่ค่อยเข้าปากเราหรือมันไม่เป็นตัวเรา พี่เขาก็จะเปลี่ยนเมโลดี้ที่เรารู้สึกอยากให้มันเป็น แต่สุดท้ายทุกอย่างมันก็จะไปผ่านระบบการโหวตอีกที”

บทบาทการแสดงที่ไม่คาดฝัน

การสวมบทเป็น ‘ผึ้ง’ ในเรื่อง Snap คือสิ่งใหม่ที่ก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอที่เต็มไปด้วยเสียงดนตรีมาโดยตลอด เธอเล่าให้ฟังว่าจริงๆ แล้วเธอไม่เคยสนใจการแสดงเลยแม้แต่นิดเดียว เธอเคยถูกเรียกให้ไปแคสต์หนังเรื่องหนึ่งก่อนหน้า Snap แต่ก็ไม่ไป เพราะมองว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอถนัด แต่แล้วเธอก็ถูกเรียกไปอีกครั้งเมื่อ คงเดช จาตุรันต์รัศมี จะทำโปรเจกต์หนังเรื่อง Snap เธอตัดสินใจลองไปแคสต์ แต่กลับเล่นไม่ได้เลย เธอจึงคิดว่าไม่น่าจะได้แสดงหนังเรื่องนี้แล้ว แต่ปรากฏว่าทีมงานโทรศัพท์ตามเธอให้ไปคุยกับคงเดช ซึ่งเป็นการนัดไปคุยเพียงคนเดียว ไม่มีนักแสดงคนอื่นเลย

“เรารู้สึกว่าคงไม่ได้หรอก เพราะเขาไม่ถามอะไรเกี่ยวกับการแสดงเลย แต่อยู่ๆ เขาโทรมาบอกว่า เราได้นะ เราก็โอเค ตกลงเล่น พี่เขาบอกว่าธรรมชาติเราดีแล้ว แต่การแสดง วิธีการจำบท และเทคนิคอื่นๆ ต้องทำความเข้าใจเพิ่ม” เธอเล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของการได้แสดงหนังครั้งแรกของตัวเอง

การแสดงที่น่าพอใจ

แม้จะเกิดความรู้สึกที่ว่า ‘ทำไมตอนนั้นเราเป็นอย่างนั้น ทำไมเราไม่ทำอย่างนี้’ แต่เมื่อกลับมาดูการแสดงของตัวเองในรอบที่สองที่สาม และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ (สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม) และรางวัล Asian Film Awards (สาขานักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม) เธอก็รู้สึกพอใจแล้วกับการแสดงหนังเรื่องแรกของตัวเอง

“เราทำได้ขนาดนี้และยังได้รับการเสนอชื่อ ซึ่งไม่ได้เป็นสิ่งที่เราคาดหวังตั้งแต่แรก มันก็โอเคสำหรับเราแล้ว แต่ถ้าถามว่าเราคาดหวังไหมว่าเราจะต้องได้รางวัล ก็ไม่ได้คิดขนาดนั้น แต่สำหรับเรา เรารู้สึกว่าเราเต็มที่แล้ว แค่นั้นก็โอเค”

People_INK_LOGO2

ตัวละครที่เหมาะกับตัวเอง

การร่วมงานกับทีมงาน Snap ทำให้เธอรู้สึกสนุกและอยากทำการแสดงอีก แต่เธอรู้สึกว่าบทที่จะรับเล่นต้องเหมาะกับบุคลิกของตัวเองด้วย

“อิ้งค์ไม่อยากจะทำอะไรที่มันดูไม่ใช่ตัวเรา แล้วเหมือนต้องฝืนตัวเองไปเล่นเป็นใครก็ไม่รู้ อิ้งค์เคยไปแคสต์ละครแล้วเขาให้กรี๊ด แต่อิ๊งค์ไม่เคยกรี๊ดเลย เวลาไปคอนเสิร์ตจะส่งเสียง วู้วๆ มากกว่า พอเราไม่ได้เป็นแบบนั้น แล้วอยู่ๆ ให้เปลี่ยนตัวเองเลย มันไม่ได้ และเราก็กลัวว่างานเขาจะไม่ดีด้วย ตอนนี้เลยไม่ค่อยอยากรับบทที่ไม่ใช่ตัวเรา แต่ถ้ามีบทที่เราอยากเล่นและเหมาะกับตัวเรา เราก็โอเค”

ผลงานชิ้นต่อไป

ในปีนี้งานชิ้นต่อๆ ไปของเธอจะเป็นงานเพลงเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยตอนนี้มีการวางแผนซิงเกิลที่สองเอาไว้แล้ว ซึ่งสาวอิ้งค์กระซิบมาว่า เพลงนี้จะมีจังหวะที่สนุกขึ้นกว่าซิงเกิลแรก หากไม่อยากพลาดผลงานของเธอ สามารถไปกดติดตามเธอได้ที่อินสตาแกรม @inkwaruntorn

แล้วอย่าลืมไปชมคอนเสิร์ตเดี่ยวของเธอที่จุฬาฯ กันด้วยล่ะ

 

 

Witthawat
Witthawat
Feature Editor
© 2016 Ambitious Company Ltd